รัฐบาลยังต้องการ "ทองคำ" เพิ่มขึ้นแม้ราคาจะพุ่งขึ้น
ธนาคารกลางทั่วโลกคาดว่าความต้องการทองคำของภาครัฐจะเพิ่มขึ้นในปี 2568 แม้ราคาทองพุ่งสูงขึ้น
สภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) เผยรายงานผลการสำรวจข้อมูลจากธนาคารกลางทั่วโลก พบว่า ผู้จัดการด้านทุนสำรองจะยังคงเพิ่มปริมาณการถือครองทองคำของตนเองต่อไปในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่สภาทองคำโลกได้เริ่มทำการสำรวจประจำปีจากรายงานผลการสำรวจด้านทองคำสำรองของธนาคารกลาง ประจำปี 2567 (2024 Central Bank Gold Reserves Survey: CBGR) พบว่า ธนาคารกลางเกือบ 30% มีแผนที่จะเพิ่มทองคำสำรองของตนเองภายในปีหน้า
แสดงให้เห็นถึงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำจากผู้จัดการด้านทุนสำรองยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าธนาคารกลางได้ซื้อทองคำสูงเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันถึงสองปีแล้วก็ตาม และราคาทองคำได้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดหลายครั้งในปี 2567
ข้อมูลจากรายงาน ยังระบุว่า ผู้จัดการด้านทุนสำรองได้หันมามองทองคำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจทั่วโลกในอนาคต แม้ว่าส่วนใหญ่ยังมองว่าแนวทางการดำเนินงานที่เคยมีมาในอดีต (Legacy) เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ถือครองทองคำ แต่ผลการสำรวจปีนี้พบว่าเหตุผลด้านอื่น ๆ ได้เพิ่มความสำคัญมากยิ่งกว่า โดยเหตุผลในการถือครองทองคำสามอันดับแรก ได้แก่
- มูลค่าระยะยาวของทองคำ
- ผลการดำเนินงานของทองคำในช่วงวิกฤต
- และบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ
นายเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าธนาคารกลางทั่วโลกของสภาทองคำโลก กล่าวว่า แรงกดดันจากตลาดที่ผันผวน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั่วโลก ทำให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากธนาคารกลางหลายแห่งเป็นอันดับต้นๆ
สถาบันเหล่านี้ตระหนักถึงมูลค่าของสินทรัพย์ทองคำในการบริหารความเสี่ยงและกระจายพอร์ตการลงทุนมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าความต้องการทองคำจากภาครัฐในช่วงสองปีที่ผ่านมาจะสูงเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น แต่ผู้จัดการด้านทุนสำรองจำนวนมากยังคงมีความสนใจในทองคำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคา อาจทำให้การซื้อชะลอตัวลงชั่วคราวในระยะอันใกล้นี้ แต่แนวโน้มโดยรวมยังคงดังเดิม เนื่องจากผู้จัดการของธนาคารต่าง ๆ ตระหนักดีถึงบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เพื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สภาทองคำโลก พบว่า ธนาคารกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนา (Emerging Market and Development economies: EMDE) ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อปริมาณส่วนแบ่งของทองคำในพอร์ตกองทุนสำรองในอนาคต
นอกจากนี้ ยังพบว่า ธนาคารกลางของเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วในปัจจุบันก็ได้มีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำมากขึ้นเช่นกัน โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งในกลุ่มนี้ระบุว่าทองคำจะมีสัดส่วนที่สูงขึ้นในทุนสำรองภายในห้าปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลสำรวจในปี 2566
ธนาคารกลางของเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วยังมีมุมมองเชิงลบมากขึ้น ต่อสัดส่วนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในเงินทุนสำรอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่เห็นได้ชัดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มากกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วเชื่อว่าสัดส่วนทุนสำรองที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกจะลดลง ในขณะที่ กลุ่มตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนาก็มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
สรุปผลแบ่งสาย 12 ทีมวอลเลย์บอลหญิงในศึกโอลิมปิก 2024
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB